มหาวิทยาลัยของรัฐ
- เกษตรศาสตร์
- จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
- ธรรมศาสตร์
- มหิดล
- ศรีนครินทร์วิโรฒ
- สงขลานครินทร์
- รามคำแหง
- สุโขทัยธรรมาธิราช
- เชียงใหม่
   
หน่วยงานราชการ
- กระทรวงศึกษาธิการ
- สภาการศึกษาแห่งชาติ
   
องค์กรมุสลิม
- สำนักข่าวมุสลิมไทย
- สมาคมคุรุสัมพันธ์
- มูลนิธิศรัทธาชน
- คณะกรรมการกลางอิสลาม ฯ
- สถาบันมาตรฐานฮาลาล
 
อิสลามกับการศึกษา
อิสลามมิใช่เป็นเพียง “ศาสนา” เท่านั้น แต่ยังเป็นวิถีชีวิต (Way of Life) ของมุสลิมอีกด้วย เพราะมีหลักธรรมแห่งชีวิตตั้งแต่เกิดจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต และมีคำสอนให้มุสลิมประพฤติปฏิบัติตั้งแต่ตื่นนอนจนถึงเข้านอนของแต่ละวัน
 
 

 

โดยมีศาสนาบัญญัติกำกับการบริหารชีวิตอย่างชัดเจน ถ้ามุสลิมไม่ศึกษาคำสอนศาสนาอิสลาม เขาก็ไม่สามารถที่จะปฎิบัติตนให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระผู้เป็นเจ้าได้  และเขาจะไม่ได้รับความดีจากอัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาอย่างแน่นอน

     ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า

مَنْ يُرِدْ اللَّهُ بِهِ خَيْرًا يُفَقِّهْهُ فِي الدِّينِ

          “ผู้ใดอัลลอฮต้องการให้เขาได้รับความดี พระองค์ทรงให้เขาได้มีความเข้าใจในศาสนา”  – รายงานโดย บุคอรี  

          อิสลามเป็นศาสนาแห่งการปฏิบัติ  ดังนั้นการปฏิบัติกิจการงานของศาสนาต้องรู้หลักการและวิธีการปฏิบัติที่เป็นไปตามความต้องการของอัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตะอาลา ซึ่งเป็นเจ้าของศาสนา ท่านอิหม่ามบุคอรี (ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน)ได้กล่าวว่า

‏   بَاب ‏ ‏الْعِلْمُ قَبْلَ الْقَوْلِ وَالْعَمَلِ ‏ ‏لِقَوْلِ اللَّهِ تَعَالَى ‏‏فَاعْلَمْ أَنَّهُ لَا إِلَهَ إِلَّا اللَّهُ

          บทว่าด้วยความรู้ก่อนการพูดและการกระทำ เพราะอัลลอฮตะอาลา ตรัสว่า “จงรู้ไว้เถิดว่า แท้จริงไม่มีพระเจ้าอื่นใดนอกจากอัลลอฮ “ –  เศาเฮียะอัลบุคอรี หะดิษหมายเลข 10  กิตาบุลอิลมิ

     อิบนุหะญัร อัลอัสเกาะลานีย์(ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน)กล่าวว่า

 قَالَ اِبْن الْمُنِير : أَرَادَ بِهِ أَنَّ الْعِلْم شَرْط فِي صِحَّة الْقَوْل وَالْعَمَل , فَلَا يُعْتَبَرَانِ إِلَّا بِهِ

          อิบนุมุนีร กล่าวว่า “ หมายถึง แท้จริงความรู้นั้นเป็นเงื่อนไขในความถูกต้องของคำพูดและการกระทำ เพราะทั้งสองนั้นจะไม่ถูกพิจารณาเว้นแต่ด้วยความรู้ – ฟัตหุ้ลบารีย์  อธิบายหะดิษ เศาเฮียะอัลบุคอรี หะดิษหมายเลข 10  กิตาบุลอิลมิ    

          อิสลามเป็นศาสนาที่วางอยู่บนรากฐานของการศรัทธา(อีหม่าน) อิสลามจะดำรงอยู่ได้เพราะการศรัทธาและการศึกษาคำสอนศาสนา และนำมาปฏิบัตินั้น เป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้การศรัทธา(อิหม่าน)เพิ่มพูล     

                                                               قال علي : قال الله عز وجل : { إن الدين عند الله الإسلام } فصح أن الدين هو الإسلام , وقد صح أن الإسلام هو الإيمان , فالدين هو الإيمان , والدين ينقص بنقص الإيمان ويزيد

          อาลี กล่าวว่า "อัลลอฮ ผู้ทรงสูงส่ง ผู้ทรงเลิศยิ่ง ตรัสว่า(แท้จริง ศาสนาของอัลลอฮ คือ อัลอิสลาม) ดังนั้น ที่ถูกต้อง แท้จริงศาสนา คืออัลอิสลามและแท้จริงที่ถูกต้องนั้น อัลอิสลามคือ อัล-อีหม่าน เพราะศาสนาคือการศรัทธา และศาสนาบกพร่องด้วยความบกพร่องของการศรัทธา และมันเพิ่ม(ด้วยการเพิ่มของการศรัทธา) - อัลมะหัลลา บิลอะษัร เล่ม 1 หน้า 61 กิตาบุตเตาฮีด  
 
          ผู้ที่ศึกษาศาสนาอิสลามได้รับเกียรติที่สู่งส่ง คือตำแหน่งผู้ที่ดิ้นรนต่อสู้ในวิถีทางของอัลลอฮ(อัลมุญาฮิด ฟีสะบีลิ้ลละฮ) เพราะท่านอบูฮุรัยเราะฮ เราะฎิยัลลอฮุอันฮูกล่าว่า

قال رسول الله صلى الله عليه وسلم : (( من جاء مسجدي هذا لم يأته إلا لخير يتعلمه أو يعلمه فهو في منزلة المجاهد في سبيل الله ، ومن جاءه لغير ذلك فهو بمنزلة الرجل ينظر إلى متاع غيره ))
 
          ท่านรอซูลุ้ลอฮ ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม กล่าวว่า (ผู้ใดมามัสญิดของฉันแห่งนี้เขาไม่ได้มาที่นี้เพื่ออื่นใด นอกจากเพื่อความดี ซึ่งเขาได้เรียนหรือได้สอนมัน ดังนั้นเขาคือผู้อยู่ในฐานะผู้ที่ดิ้นรนต่อสู้ในวิถีทางของอัลลอฮ และผู้ใดมาเพื่ออื่นจากนั้น เขาคือผู้ที่อยู่ในฐานะชายคนหนึ่งที่มองดูเครื่องประดับของผู้อื่น” – บันทึกโดย อิบนุมาญะ หะดิษหมายเลข 227 ด้วยสายรายงานที่เศาะเฮียะ   

       คนที่ไม่ศึกษาศาสนาเปรียบเสมือนคนตาบอด อัลลอฮ ซุบฮานะฮูวะตะอาลาตรัสว่า

وَمَا يَسْتَوِي الْأَعْمَى وَالْبَصِيرُ  [35.19]

  "และคนตาบอดกับคนตาดีนั้น ย่อมไม่เหมือนกัน" ท่านอิบนุญะรีร(ขออัลลอฮเมตตาต่อท่าน)อธิบายว่า

وَمَا يَسْتَوِي الْأَعْمَى } عَنْ دِين اللَّه الَّذِي ابْتَعَثَ بِهِ نَبِيّه مُحَمَّدًا صَلَّى اللَّه عَلَيْهِ وَسَلَّمَ { وَالْبَصِير } الَّذِي قَدْ أَبْصَرَ فِيهِ رَشَدَهُ , فَاتَّبَعَ مُحَمَّدًا
وَصَدَّقَهُ , وَقَبِلَ عَنِ اللَّه مَا ابْتَعَثَهُ بِهِ

(และคนตาบอด)จากศาสนาของอัลลอฮ ซึ่งทรงส่งนบีของพระองค์, มุหัมหมัด ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะสัลลัม มาด้วยมัน (และคนตาดี)ที่มองเห็นการแนะนำของพระองค์ ในนั้น(ในศาสนาของอัลลอฮ)แล้วเขาได้ปฏิบัติตาม มุหัมหมัดและเชื่อเขา และเขารับจากอัลลอฮ สิ่งซึ่งพระองค์ได้ส่งเขา(มุหัมหมัด)มาด้วยมัน นั้นย่อมไม่เหมือนกัน” – ตัฟสีรอัฏฏอ็บรีย์ อรรถาธิบายอายะฮที่ 19 ซูเราะฟาฏีร.

 

 
แหล่งข้อมูล : azsunnah.com
Copyrights © 2010 www.tarbiah.ac.th All Rights Reserved.
Email : info@tarbiah.ac.th
counter